ปลาน็อคน้ำ คืออะไร จะป้องกันและแก้ไขได้อย่างไร

ปลาน็อคน้ำ (Fish kill) คือการขาดออกซิเจนในน้ำอย่างรุนแรง จนทำให้ปลาตายได้คราวละมากๆ ในระยะเวลาสั้น ซึ่งความสูญเสียอาจจะสูงถึง 100% ภายในเวลา 24 ชั่วโมง อาจเกิดขึ้นได้ทั้งในปลานิลที่เลี้ยงในบ่อดินและกระชังในแหล่งน้ำธรรมชาติ ในบ่อเลี้ยงมักเกิดขึ้นในช่วงหลังฝนตกหรือฟ้าครึ้มติดต่อกันหลายๆ วัน ขณะที่ปลาที่เลี้ยงในกระชังมักเกิดขึ้นในช่วงที่มีน้ำหลากหรือสีน้ำขุ่นที่มีการเปื้อนของสารอินทรีย์ปริมาณสูงไหลเข้ามาในแหล่งเลี้ยง

การแก้ไขปัญหาปลาน็อคน้ำที่มีประสิทธิภาพที่สุด คือการติดตั้งเครื่องให้อากาศเพื่อรักษาระดับออกซิเจนละลายไม่ให้ต่ำกว่า 3 มิลลิกรัม/ลิตร นอกจากนี้ในบ่อดินควรใช้วัสดุปูนในกลุ่มปูนมาร์ลหรือโดโลไมท์ผสมน้ำแล้วสาดในบ่อในเวลากลางคืนเป็นระยะๆ เพื่อป้องกันไม่ให้แพลงก์ตอนพืชในบ่อตาย โดยเฉพาะช่วงฝนตกและฟ้าครึ้มติดต่อกัน

วิธีการใช้วัสดุปูน สำหรับการเลี้ยงปลานิลในบ่อดิน

การเลี้ยงปลานิลในบ่อดิน นอกจากจะใส่ใจในเรื่องอาหารแล้ว สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ ความเป็นกรด-ด่าง ของน้ำในบ่อ โดยวัสดุที่นิยมนำมาใช้เพื่อปรับสภาพของน้ำเหมาะแก่การเจริญเติบโตของปลามากที่สุดก็คือวัสดุปูนนั่นเอง

วัสดุปูนที่ใช้สำหรับการเพาะเลี้ยงปลานั้น มีวัตถุประสงค์ในการใช้งานอยู่ 2 ประการ คือ

  1. ใช้ในการเตรียมบ่อหรือเตรียมดินก่อนการเลี้ยงปลา
  2. ใช้เพื่อปรับสมดุลของคุณภาพน้ำในบ่อระหว่างการเลี้ยงปลา

โดยเฉพาะในข้อ2 นั้น ถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาควรทำอยู่เป็นประจำ เนื่องจากการใช้วัสดุปูนระหว่างการเลี้ยงปลาที่ถูกต้อง จะทำให้เกิดความเป็นด่าง (Alkalinity) ที่มีผลต่อสุขภาพของปลาเป็นอย่างมาก

ป้องกันการเกิดกลิ่นสาบโคลนในเนื้อปลานิล ต้องควบคุมอาหารจำพวกมูลสัตว์

ในระบบการเลี้ยงปลานิลแบบดั้งเดิม มักมีการให้อาหารในกลุ่มมูลสัตว์หรือเศษอาหาร เช่น มูลไก่ เศษขนมปัง โดยเฉพาะมูลสัตว์ทั้งหลายซึ่งจะช่วยให้แพลงตอนพืชกลุ่มสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน (Blue-green algae) เจริญเติบโตได้ดี ซึ่งแพลงตอนเหล่านี้จะสามารถสร้างสารเคมีในกลุ่มจีออสมิน (Geosmin) หรือ 2-เมทิลไอโซบอนิออล (2-Methylisoboniol) ที่สามารถสะสมในเนื้อเยื่อต่างๆ ในตัวปลา ส่งผลทำให้เนื้อปลาเกิดปัญหากลิ่นโคลนขึ้นได้

เลี้ยงกุ้งเครย์ฟิช..ผิดกฎหมาย! เวียดนามสั่งห้ามแล้ว หวั่นกระทบสัตว์น้ำท้องถิ่น

กระทรวงเกษตรและการพัฒนาชนบทเวียดนาม สั่งแบนการทำฟาร์มเลี้ยงกุ้งเครย์ฟิช หลังพบมีบริษัทแอบลักลอบเลี้ยงกุ้งเครย์ฟิชในจังหวัด Dong Thap บริเวณพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง ซึ่งการประกาศของทางการฉบับนี้ได้เผยแพร่ตามสื่อต่างๆ ของเวียดนาม

Nhu Van Can อธิบดีกรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรและพัฒนาชนบทของเวียดนามกล่าวว่า “กุ้งเครย์ฟิชเป็นสัตว์ที่ถูกขึ้นบัญชีว่าเป็นสัตว์น้ำต่างถิ่นรุกรานของเวียดนามจากทั้งกระทรวงเกษตรและพัฒนาท้องถิ่นและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของเวียดนาม เนื่องด้วยพฤติกรรมที่กินทั้งพืชและสัตว์ ทำให้สร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศและความหลายทางชีวภาพท้องถิ่น อีกทั้งกระทรวงฯ นั้นพิจารณาแล้วว่ากุ้งเครย์ฟิชเป็นสัตว์น้ำที่ไม่มีคุณค่าทางเศรฐกิจ ภายใต้ข้อกำหนดการนำเข้าสัตว์ชนิดใดๆ เพื่อการเพาะเลี้ยง ต้องพิจารณาถึงผลกระทบต่อระบบนิเวศท้องถิ่นและมีคุณค่าทางเศรษฐกิจหรือไม่”

ขั้นตอนการเลี้ยงปลานิลในบ่อดิน

การเลี้ยงปลานิลในบ่อดิน ถือเป็นส่วนหลักของผลผลิตปลานิลของประเทศ สามารถพบได้ในทุกภูมิภาคของประเทศ แต่มีพื้นที่หลักอยู่ในเขตภาคกลาง ภาคตะวันออกและภาคเหนือ ดังนั้นในบล็อกนี้ขอเอาวิธีการเลี้ยงปลานิลมาให้ได้อ่านกันว่ามีวิธีการอย่างไรบ้าง

กำจัดวัชพืชและพันธุ์ไม้น้ำต่างๆ

กำจัดวัชพืชและพันธุ์ไม้น้ำต่างๆ เช่น กก หญ้า ผักตบชวา ออกให้หมด โดยนำมากองสุมไว้แห้งแล้วนำมาใช้เป็นปุ๋ยหมักในขณะที่ปล่อยปลาลงเลี้ยง ถ้าในบ่อเก่ามีเลนมากควรเอาเลนออกด้วย จะนำไปเสริมคันดินที่ชำรุด หรือใช้เป็นปุ๋ยแก่พืช ผัก ผลไม้ บริเวณใกล้บ่อ

ปลานิล (Nile Tilapia) ปลาน้ำจืดที่เลี้ยงง่าย โตเร็ว เป็นที่นิยมในการบริโภค

ปลานิล (Nile Tilapia) มีแหล่งกำเนิดในแถบประเทศอาฟริกา จัดเป็นปลาที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจอันดับหนึ่งของโลกในปัจจุบันเมื่อเปรียบเทียบกับปลาที่มีการเลี้ยงเพื่อการบริโภคชนิดอื่น เช่น ปลาไน ปลาในกลุ่ม Catfish ทั้งหลาย รวมทั้งปลาเทร้าหรือปลาแซลมอน โดยมีกำลังการผลิตทั่วโลกในปัจจุบันกว่า 5 ล้านตัน ทั้งนี้เป็นผลมาจากปลานิลเป็นปลาที่สามารถอาศัยอยู่ได้ในภูมิประเทศหรือภูมิอากาศที่มีความหลากหลายทั่วโลก สามารถผสมพันธุ์วางไข่ถี่ เพาะพันธุ์ได้ง่าย เจริญเติบโตได้ดีเมื่อนำมาเลี้ยงในที่กักขังทั้งในบ่อเลี้ยงและแหล่งน้ำตามธรรมชาติโดยทั่วไป