รางปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ในระบบ NFT สำหรับโต๊ะปลูกขนาด 6 x 1.5 เมตร

อุปกรณ์ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ สำหรับโต๊ะปลูกขนาด 6 x 1.5 เมตร ใช้รางปลูก 8 เส้น แต่ละเส้นจะเว้นช่องว่าง 10 ซม. ตัวรางจะเจาะรูเว้นระยะห่าง 20 ซม. ซึ่งเป็นระยะห่างที่พอดีกับการโตของผักสลัดที่อากาศร้อนอย่างในเมืองไทย การเจาะรางจะสลับช่องกันเป็นแนวทะแยงเพื่อให้ใบผักไม่ชิดกัน การเซ็ทระบบน้ำที่ทางฟาร์มเลือกใช้จะเอาถังรวมน้ำไปวางไว้ที่ท้ายราง แล้วใช้ปั๊มน้ำตู้ปลาสูบผ่านท่อพีวีซีมาเข้าที่หัวราง ใช้ท่อไมโครพีอีแยกน้ำเข้าแต่ละรางอีกที อัตรการจ่ายน้ำของแต่ละรางต้องไม่ต่ำกว่า 4 ลิตร / นาที

ปัญหาสารไนเตรทตกค้าง ของผักไฮโดรโปนิกส์

ในปัจจุบันการปลูกผักในระบบไฮโดรโปนิกส์เป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากใช้พื้นที่ปลูกน้อยและได้ปริมาณผักที่สูง ทั้งยังไม่ต้องใช้สารเคมีในการจัดการกับวัชพืช ไม่มีปัญหาเชื้อโรคที่มากับดิน ดังนั้นจึงถือว่าผักไฮโดรโปนิกส์เป็นผักที่สะอาดและปลอดภัย ผักที่นิยมปลูกในแบบไฮโดรโปนิกส์ส่วนมากจะอยู่ในกลุ่มผักรับประทานใบ เช่น ผักสลัด คะน้า คื่นช่าย เป็นต้น

สารละลายสำหรับใช้ปลูกพืชในระบบไฮโดรโปนิกส์ (Hydroponics Nutrient Solution)

การจะปลูกพืชแบบไม่ใช้ดินหรือที่เรียกกันว่าแบบไฮโดรโปนิกส์นั้น หัวใจสำคัญก็คือธาตุอาหารที่จะต้องนำมาใช้เลี้ยงพืชผัก ไม่ว่าจะเป็นธาตุอาหารหลัก ธาตุอาหารรอง และจุลธาตุต่างๆ โดยปกติแล้วจะมาในรูปแบบสารละลายไฮโดรโปนิกส์ชนิดเข้มข้น ซึ่งจะต้องนำมาผสมกันน้ำในปริมาณที่เหมาะกับพืชชนิดที่ปลูกอีกที

เนื่องจากการปลูกพืชในแบบไฮโดรโปนิกส์นั้นยังไม่แพร่หลายเหมือนการปลูกแบบใช้ดิน ดังนั้นการจะหาซื้อปุ๋ยแบบไฮโดรโปนิกส์จากร้านขายปุ๋ยทั่วไปมาใช้นั้นจึงเป็นเรื่องที่ยากมาก โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ต้องการปลูกผักกินเองในบ้าน หรือเกษตรกรที่ต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการดูแลพืชผักของตัวเอง หากจะผสมปุ๋ยไฮโดรโปนิกส์มาใช้เองก็เป็นเรื่องไกลตัวเกินไปและไม่คุ้มต้นทุน

การเปรียบเทียบการปลูกพืชในดิน และการปลูกพืชในระบบไฮโดรโปนิกส์

การเปรียบเทียบการปลูกพืชในดิน และการปลูกพืชในระบบไฮโดรโปนิกส์ เป็นการเปรียบข้อดีและข้อเสียของการปลูกพืชทั้ง 2 ระบบ เพื่อจะได้ตัดสินใจได้ง่ายว่าแต่ละคนเหมาะกับการปลูกพืชในระบบไหน ขอบคุณข้อมูลจากมูลนิธิโครงการหลวง

ผักสลัดชนิดต่างๆ ที่นิยมปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์

การปลูกพืชแบบไฮโดรโปนิกส์กำลังเป็นที่นิยมในเมืองไทย ในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าธุรกิจการปลูกพืชแบบไฮโดรโปนิกส์หรือการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดินในประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว สามารถพบเห็นผลิตภัณฑ์จากไฮโดรโปนิกส์ส่วนหนึ่งวางจำหน่ายอยู่ในห้างสรรพสินค้าทั่วไปในโซนขายผักปลอดสารพิษ ในบล็อกนี้เรามาดูกันว่าผักสลัดชนิดต่างๆ ที่นิยมปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์ มีอะไรกันบ้าง

การปลูกพืชในวัสดุปลูก (Substrate culture) แบบระบบไฮโดรโปนิกส์

การปลูกพืชแบบไฮโดรโปรนิกส์ จะมีวิธีการปลูกอีกแบบที่นิยมทำกันคือ การปลูกพืชในวัสดุปลูก (Substrate culture) หมายถึงการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดินแต่จะปลูกพืชลงในวัสดุอื่นๆ แทน โดยวัสดุในที่นี้หมายถึงทั้งที่เป็นอินทรีย์สารและอนินทรีย์สาร ที่จะต้องไม่มีธาตุอาหารพืชสะสมอยู่ การปลูกพืชลงในวัสดุปลูกแบบนี้เป็นการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดินที่มีลักษณะใกล้เคียงกับการปลูกพืชในดินแบบกระถางหรือในภาชนะโดยใช้น้ำหยดมากที่สุด แต่จะแตกต่างกันตรงที่ถ้าปลูกลงในดินพืชจะได้รับอาหารที่มีอยู่แล้วในดินหรือจากปุ๋ยที่ใส่ให้แต่ละครั้ง และได้รับน้ำจากการให้น้ำแบบน้ำหยด ส่วนถ้าเป็นการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดินแบบใช้วัสดุปลูกนั้น พืชจะได้รับธาตุอาหารไปพร้อมๆ กับการให้น้ำหยด เพราะน้ำที่ให้เป็นน้ำสารละลายธาตุอาหารในแบบของการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดินนั่นเอง หัวใจสําคัญของวิธีการปลูกพืชในวัสดุปลูกคือการให้สารละลายธาตุอาหารในปริมาณและความถี่ที่พอเหมาะกับความต้องการของพืชในแต่ละช่วงอายุการเจริญเติบโต และยังต้องมีวิธีการวางระบบระบายน้ำส่วนเกินออกจากวัสดุปลูกด้วย