เพอร์ไลท์ (Perlite) และเวอร์มิคูไลท์ (Vermiculite) วัสดุปลูกยอดนิยมสำหรับใช้ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์

การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ โดยทั่วไปจะนิยมนำเอาเพอร์ไลท์และเวอร์มิคูไลท์มาใช้เป็นวัสดุในการปลูก เนื่องจากคุณมีสมบัติที่ดูดซับน้ำและอุ้มน้ำได้ดี จึงช่วยให้ผักสลัดมีอัตราการงอกและเจริญเติบโตดีกว่าวัสดุแบบอื่นๆ เพียงแต่การปลูกด้วยเพอร์ไลท์และเวอร์มิคูไลท์จะมีต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น การผสมเพอร์ไลท์และเวอร์มิคูไลท์ นิยมผสมในอัตราส่วน 6:1 นำมาใช้ร่วมกับถ้วยปลูกผักไฮโดรโปนิกส์สีเขียวแบบที่ใช้งานครั้งเดียว

เมล็ดพันธุ์ผักสลัด (Lettuce Seeds) แบบเคลือบ และแบบเปลือย

ผักสลัดไม่ว่าจะเป็น กรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค คอส คอรัล ฟิลเล่ย์ไอซ์เบิร์ก บัตเตอร์เฮด เป็นพืชเมืองหนาว ซึ่งจะเจริญเติบโตได้ดีในอากาศเย็น ดังนั้นเมื่อนำมาปลูกในเมืองไทยซึ่งเป็นประเทศที่มีอากาศร้อน จึงจำเป็นจะต้องคัดเลือกสายพันธุ์ที่สามารถทนทานต่อสภาพอากาศที่ร้อนได้ สีสันสวยงาม น้ำหนักดี มีอัตราการงอกสูง เมล็ดพันธุ์ผักสลัด มีอยู่ 2 ประเภท คือแบบเคลือบ และแบบเปลือย

รางอนุบาลต้นกล้าผักสลัด สำหรับปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์ ในระบบ NFT

การปลูกพืชในระบบไฮโดรโปนิกส์นั้นมีการทำกันอย่างกว้างขวางและมานานนับ 10 ปีแล้ว และการปลูกผักที่มีรากน้อยอย่างผักสลัดนั้นจะนิยมปลูกในแบบ Nutrient film technique (NFT) เป็นระบบที่มีน้ำและสารอาหารพืชไหลหมุนเวียนหล่อเลี้ยงรากพืชอยู่ตลอดเวลาทำให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพสูง การนำเอาผักสลัดมาปลูกในระบบไฮโดรโปนิกส์นั้น โดยปกติจะใช้เวลาประมาณ 45 วัน นับจากวันเพาะเมล็ด ถึงจะเก็บผักขายได้ หากเก็บเร็วกว่านี้ผักยังโตไม่เต็มที่ทำให้ผักขาดน้ำหนัก ทำให้ได้ราคาต่อโต๊ะน้อยลง หากเก็บช้ากว่านี้ผักจะแก่แล้วเสียรสชาติ ทานไม่อร่อย

ถาดเพาะสีขาว สำหรับใช้เพาะเมล็ดผักสลัดร่วมกับฟองน้ำเพาะเมล็ด ในช่วงอนุบาล 1

ถาดเพาะสีขาว สำหรับใช้เพาะเมล็ดผักสลัดร่วมกับฟองน้ำเพาะเมล็ด ในช่วงอนุบาล 1 (เริ่มเพาะเมล็ด – 14 วัน) มีขนาดใหญ่กว่าฟองน้ำเพาะเมล็ดเล็กน้อย สีขาวดูสะอาด และที่สำคัญไม่อมความร้อน วัสดุมีความแข็งแรง สามารถใช้งานได้ยาวนาน

ถ้วยปลูกสีขาว สำหรับปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ระบบรางปลูก NFT ใช้ร่วมกับฟองน้ำเพาะเมล็ด

ถ้วยปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ใช้ร่วมกับฟองน้ำเพาะเมล็ด สำหรับปลูกผักไฮโดรโดรโปนิกส์ในระบบรางปลูก NFT ผลิตจากพลาสติกสีขาว ช่วยในเรื่องสะท้อนแสง ไม่ดูดความร้อน มีความหนา และเหนียว อายุการใช้งานยาวนาน ไม่กรอบง่าย สามารถนำมาใช้ซ้ำได้

ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง (รวมปีก) 5 เซนติเมตร
ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง (ไม่รวมปีก) 3.5 เซนติเมตร
เส้นผ่าศูนย์กลางก้นถ้วย (รวมขอบ) 3.5 เซนติเมตร
เส้นผ่าศูนย์กลางก้นถ้วย (ไม่รวมขอบ) 2.5 เซนติเมตร
ความสูงของถ้วย 4 เซนติเมตร

รางปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ระบบ NFT สำหรับทำโต๊ะปลูกขนาด 6 x 1.5 เมตร

อุปกรณ์ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ สำหรับโต๊ะปลูกขนาด 6 x 1.5 เมตร ใช้รางปลูก 8 เส้น แต่ละเส้นจะเว้นช่องว่าง 10 ซม. ตัวรางจะเจาะรูเว้นระยะห่าง 20 ซม. ซึ่งเป็นระยะห่างที่พอดีกับการโตของผักสลัดที่อากาศร้อนอย่างในเมืองไทย การเจาะรางจะสลับช่องกันเป็นแนวทะแยงเพื่อให้ใบผักไม่ชิดกัน การเซ็ทระบบน้ำที่ทางฟาร์มเลือกใช้จะเอาถังรวมน้ำไปวางไว้ที่ท้ายราง แล้วใช้ปั๊มน้ำตู้ปลาสูบผ่านท่อพีวีซีมาเข้าที่หัวราง ใช้ท่อไมโครพีอีแยกน้ำเข้าแต่ละรางอีกที อัตรการจ่ายน้ำของแต่ละรางต้องไม่ต่ำกว่า 4 ลิตร / นาที

ปัญหาสารไนเตรทตกค้าง ของผักไฮโดรโปนิกส์

ในปัจจุบันการปลูกผักในระบบไฮโดรโปนิกส์เป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากใช้พื้นที่ปลูกน้อยและได้ปริมาณผักที่สูง ทั้งยังไม่ต้องใช้สารเคมีในการจัดการกับวัชพืช ไม่มีปัญหาเชื้อโรคที่มากับดิน ดังนั้นจึงถือว่าผักไฮโดรโปนิกส์เป็นผักที่สะอาดและปลอดภัย ผักที่นิยมปลูกในแบบไฮโดรโปนิกส์ส่วนมากจะอยู่ในกลุ่มผักรับประทานใบ เช่น ผักสลัด คะน้า คื่นช่าย เป็นต้น

สารละลายสำหรับใช้ปลูกพืชในระบบไฮโดรโปนิกส์ (Hydroponics Nutrient Solution)

การจะปลูกพืชแบบไม่ใช้ดินหรือที่เรียกกันว่าแบบไฮโดรโปนิกส์นั้น หัวใจสำคัญก็คือธาตุอาหารที่จะต้องนำมาใช้เลี้ยงพืชผัก ไม่ว่าจะเป็นธาตุอาหารหลัก ธาตุอาหารรอง และจุลธาตุต่างๆ โดยปกติแล้วจะมาในรูปแบบสารละลายไฮโดรโปนิกส์ชนิดเข้มข้น ซึ่งจะต้องนำมาผสมกันน้ำในปริมาณที่เหมาะกับพืชชนิดที่ปลูกอีกที

เนื่องจากการปลูกพืชในแบบไฮโดรโปนิกส์นั้นยังไม่แพร่หลายเหมือนการปลูกแบบใช้ดิน ดังนั้นการจะหาซื้อปุ๋ยแบบไฮโดรโปนิกส์จากร้านขายปุ๋ยทั่วไปมาใช้นั้นจึงเป็นเรื่องที่ยากมาก โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ต้องการปลูกผักกินเองในบ้าน หรือเกษตรกรที่ต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการดูแลพืชผักของตัวเอง หากจะผสมปุ๋ยไฮโดรโปนิกส์มาใช้เองก็เป็นเรื่องไกลตัวเกินไปและไม่คุ้มต้นทุน

การเปรียบเทียบการปลูกพืชในดิน และการปลูกพืชในระบบไฮโดรโปนิกส์

การเปรียบเทียบการปลูกพืชในดิน และการปลูกพืชในระบบไฮโดรโปนิกส์ เป็นการเปรียบข้อดีและข้อเสียของการปลูกพืชทั้ง 2 ระบบ เพื่อจะได้ตัดสินใจได้ง่ายว่าแต่ละคนเหมาะกับการปลูกพืชในระบบไหน ขอบคุณข้อมูลจากมูลนิธิโครงการหลวง

ผักสลัดชนิดต่างๆ ที่นิยมปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์

การปลูกพืชแบบไฮโดรโปนิกส์กำลังเป็นที่นิยมในเมืองไทย ในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าธุรกิจการปลูกพืชแบบไฮโดรโปนิกส์หรือการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดินในประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว สามารถพบเห็นผลิตภัณฑ์จากไฮโดรโปนิกส์ส่วนหนึ่งวางจำหน่ายอยู่ในห้างสรรพสินค้าทั่วไปในโซนขายผักปลอดสารพิษ ในบล็อกนี้เรามาดูกันว่าผักสลัดชนิดต่างๆ ที่นิยมปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์ มีอะไรกันบ้าง