กล้วยน้ำว้า…ควรปลูกเดือนไหนดี

กล้วยน้ำว้า เป็นพืชล้มลุกขนาดใหญ่ สูงประมาณ 2-5 เมตร ชอบอากาศร้อนชื้น อุณหภูมิที่เหมาะคือช่วง 15-35 องศาเซลเซียส ดินความสมบูรณ์ มีการระบายน้ำดี และการหมุนเวียนอากาศดี มีความเป็นกรดเป็นด่างอยู่ระหว่าง 4.5-7 มีระยะเวลาการปลูกถึงเก็บเกี่ยวผลประมาณ 1 ปี (ตั้งแต่ปลูกจนถึงแทงปลีใช้ระยะประมาณ 8 เดือน และช่วงแทงปลีถึงระยะเก็บเกี่ยว 4 เดือน) ถ้าช่วงหน้าหนาวที่มีอากาศเย็นจะใช้เวลาถึงช่วงแทงปลีนานขึ้นกว่าหน้าร้อน

มะเดื่อฝรั่ง (Figs) กับการปลูกเพื่อขายผลสด

มะเดื่อฝรั่ง (Figs) ถือเป็นไม้กระแสอีกตัวนึงที่คนนิยมปลูกเพื่อทำพันธุ์ขาย แต่คนที่ปลูกมะเดื่อฝรั่งเพื่อขายผลนั้นกลับมีน้อยมาก ดังนั้นที่ฟาร์มก็เลยนำมาปลูกเอาไว้เพื่อทดสอบสายพันธุ์ หลักๆ ที่ปลูกเอาไว้ก็มี จินโอเฟ่น (Jin Ao Fen), อีรัคกี้ (Iraqi), แบล็คจีนัว (Black Genoa) และ BTM6 (ญี่ปุ่น)

บัตเตอร์นัท สควอช (Butternut Squash)

บัตเตอร์นัท สควอช (Butternut Squash) หรือ ฟักทองบัตเตอร์นัท เป็นฟักทองชนิดหนึ่ง จัดอยู่ในกลุ่มของผักประเภท Winter Squash เนื่องจากมีเปลือกแข็งและหนาที่ทำให้สามารถเก็บไว้กินได้นานๆ บัตเตอร์นัท สควอช ผลจะกลมยาวคล้ายกับน้ำเต้า เปลือกสีส้มอ่อนค่อนข้างหนาและแข็ง ผิวเรียบ มีจุกคล้ายฟักทอง เนื้อในมีสีส้ม เมล็ดจะมีไม่ค่อยเยอะ ที่ประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ จะเรียกว่า Butternut Pumpkin

ปั๊มตู้ปลา (Aquarium Water Pumps) สำหรับใช้จ่ายน้ำให้โต๊ะปลูกผักไฮโดรโปนิกส์

หากใครคิดจะปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ในระบบ NFT สิ่งที่หนีไม่พ้นก็คือ ปั๊มน้ำที่ใช้สูบน้ำจากถังสารละลายไปขึ้นที่หัวโต๊ะที่มีรางปลูกผักอยู่ ซึ่งต้องเปิดตลอด 24 ชั่วโมง ดังนั้นจึงต้องเลือกขนาดที่พอดีเพื่อประหยัดค่าไฟ และที่สำคัญต้องหาซื้อได้ง่าย ราคาไม่แพง ถ้าปั๊มเสียก็ต้องหาตัวใหม่มาเปลี่ยนได้ทันที ดังนั้นที่นิยมใช้นำมาใช้งานก็กันก็คือปั๊มน้ำตู้ปลา

ขยายพันธุ์มัลเบอรี่ (Mulberry) ด้วยวิธีการปักชำ หม่อนนอกสายพันธุ์ดำออสตุรกี

มัลเบอร์รี (Mulberry) หรือที่เมืองไทยเรียกว่า ลูกหม่อน เป็นผลไม้ตระกูลเบอร์รีที่ได้รับความนิยมในการรับประทานเพื่อสุขภาพอีกชนิดหนึ่ง เนื่องจากว่าปลูกง่าย โตไว และเหมาะกับสภาพอากาศของเมืองไทย ดังนั้นจึงนำมาทดลองปลูกเองที่ฟาร์ม เพื่อดูอัตราการเติบโต การติดผล และรสชาติว่าอร่อยขนาดไหน

ถ้วยปลูกสีเขียว สำหรับใช้ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ร่วมกับเพอร์ไลท์และเวอร์มิคูไลท์

ถ้วยปลูกสีเขียวแบบใช้ครั้งเดียว เป็นถ้วยปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ที่ออกแบบมาเพื่อใช้กับระบบ NFT ต้องใช้ร่วมกับเพอร์ไลท์และเวอร์มิคูไลท์ ซึ่งการปลูกแบบนี้จะช่วยให้ผักงอกได้ดี รากผักแข็งแรง ช่วยให้พืชเจริญเติบโตได้ดี ถ้วยปลูก 1 แผง จะมี 80 ถ้วย สามารถฉีกออกจากกันได้ง่าย ตอนย้ายกล้าผักขึ้นโต๊ะ

ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ให้โตไว…ควรใส่ใจค่า pH (กรด-ด่าง)

การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ในระบบ NFT เป็นระบบที่รากของผักจะสัมผัสน้ำอยู่ตลอดเวลา น้ำจะทำปฎิกิริยาทางเคมีกับธาตุอาหารที่ใช้เลี้ยงพืช ดังนั้นความเป็นกรด-ด่างของน้ำ (pH) จึงมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของผักเป็นอย่างมาก

การทำความสะอาด รางปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ด้วยเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง

การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ในระบบ NFT โดยใช้รางปลูกแบบมาตรฐาน หลังจากที่เก็บผักออกจนหมดโต๊ะแล้ว ก่อนจะเริ่มปลูกรอบต่อไปจะต้องทำความสะอาดรางปลูกเสียก่อน เนื่องจากตัวรางสกปรกจากตะไคร่น้ำและพวกเศษรากผัก ซึ่งเป็นที่สะสมของเชื้อโรคต่างๆ ซึ่งถ้าไม่ทำความสะอาดให้ดีจะเจอปัญหาผลผลิตลดลง

อุปกรณ์ที่ใช้ทำความสะอาดรางปลูกผักไฮโดรโปนิกส์

เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง ใช้เครื่องพ่นยาหรือปั๊มล้างรถก็ได้
กรดไนตริกชนิดเข็มข้น ใช้เพื่อให้ล้างรางได้ง่ายขึ้น ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร

ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ด้วยวัสดุปลูก เพอร์ไลท์และเวอร์มิคูไลท์

การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์นั้น จำเป็นจะต้องมีวัสดุปลูกเพื่อใช้ประคองลำต้นของผักไม่ให้ล้ม โดยทั่วไปนิยมใช้เพอร์ไลท์และเวอร์มิคูไลท์มาทำเป็นวัสดุปลูก เนื่องจากคุณมีสมบัติที่ดูดซับน้ำและอุ้มน้ำได้ดี จึงช่วยให้ผักสลัดมีอัตราการงอกและเจริญเติบโตดีกว่าวัสดุแบบอื่นๆ จึงเหมาะทั้งมือใหม่และมือเก๋าทั้งหลาย ผักที่ปลูกด้วยวัสดุชนิดนี้ลำต้นจะแข็งแรง และจะมี Shelf life ที่นานขึ้น

เพอร์ไลท์ (Perlite) และเวอร์มิคูไลท์ (Vermiculite) วัสดุปลูกยอดนิยมสำหรับใช้ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์

การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ โดยทั่วไปจะนิยมนำเอาเพอร์ไลท์และเวอร์มิคูไลท์มาใช้เป็นวัสดุในการปลูก เนื่องจากคุณมีสมบัติที่ดูดซับน้ำและอุ้มน้ำได้ดี จึงช่วยให้ผักสลัดมีอัตราการงอกและเจริญเติบโตดีกว่าวัสดุแบบอื่นๆ เพียงแต่การปลูกด้วยเพอร์ไลท์และเวอร์มิคูไลท์จะมีต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น การผสมเพอร์ไลท์และเวอร์มิคูไลท์ นิยมผสมในอัตราส่วน 6:1 นำมาใช้ร่วมกับถ้วยปลูกผักไฮโดรโปนิกส์สีเขียวแบบที่ใช้งานครั้งเดียว