ผักก้านจอง (ตาลปัตรฤาษี) ผักสมุนไพร ที่อยู่คู่กับชาวนามานาน

ตาลปัตรฤาษี (Limnocharis flava) หรือผักก้านจอง หรือผักพายของอิสาน มีชื่อพื้นเมืองอื่นได้แก่ บอนจีน นางกวัก หรือตาลปัตรยายชี เป็นไม้น้ำพบบริเวณนาข้าวและบริเวณที่มีน้ำขัง ลำต้นเหง้าฝังจมอยู่ในโคลนเจริญเป็นต้น บางครั้งมีไหลสั้นๆ จำนวนมาก ก้านใบยาวเป็นเหลี่ยมอวบใหญ่ ตัวใบแบนมีขนาดใหญ่เป็นรูปไข่หรือรูปรีป้อมฐานใบเป็นรูปหัวใจดอกสีเหลืองออกเป็นกระจุกที่ปลายก้านช่อ

โรงเรือนปลูกเมล่อน โรงเรือนปลูกพืช ประเภทต่างๆ

โดยปกติการปลูกพืชในที่โล่งแจ้งกับพืชท้องถิ่นทั่วไปมักจะไม่ค่อยเจอปัญหาเท่าไรนัก แต่สำหรับพืชบางชนิดอย่างเมล่อน หากเรานำมาปลูกกลางแจ้งอาจจะต้องเจอปัญหาการระบาดของแมลง หรือเชื้อราที่เกิดจากความชื้นของฝน ทั้งยังปัญหาสภาพอากาศที่ไม่สามารถควบคุมได้ จึงนิยมเพาะปลูกกันในโรงเรือนแทน แต่การสร้างโรงเรือนสำหรับปลูกพืชนั้นมักจะมีต้นทุนสูง ดังนั้นจึงเหมาะสำหรับสินค้าเกษตรบางชนิดเท่านั้น

ปัญหาสารไนเตรทตกค้าง ของผักไฮโดรโปนิกส์

ในปัจจุบันการปลูกผักในระบบไฮโดรโปนิกส์เป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากใช้พื้นที่ปลูกน้อยและได้ปริมาณผักที่สูง ทั้งยังไม่ต้องใช้สารเคมีในการจัดการกับวัชพืช ไม่มีปัญหาเชื้อโรคที่มากับดิน ดังนั้นจึงถือว่าผักไฮโดรโปนิกส์เป็นผักที่สะอาดและปลอดภัย ผักที่นิยมปลูกในแบบไฮโดรโปนิกส์ส่วนมากจะอยู่ในกลุ่มผักรับประทานใบ เช่น ผักสลัด คะน้า คื่นช่าย เป็นต้น

ไฟเกษตรคืออะไร?

ไฟเกษตร คือ การนำไฟฟ้ามาใช้ภายในสวนของเกษตรกรเพื่อทำการเกษตร เช่น ใช้กับเครื่องสูบน้ำ หลอดไฟต่างๆ โดยมีหลักเกณฑ์เข้าร่วมโครงการดังนี้ ได้รับการรับรองจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานราชการ เพื่อยืนยันตัวตนว่าไม่ได้อยู่ในพื้นที่หวงห้ามใดๆ ของทางราชการ ต้องมีเส้นทางสาธารณะที่รถยนต์สามารถวิ่งผ่านได้อย่างสะดวก สามารถดำเนินการก่อสร้างระบบจำหน่ายโดยวิธีปักเสาพาดสายไฟเข้าไปถึงจุดที่ขอใช้ไฟฟ้าได้ ได้รับการรับรองจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานราชการ เพื่อยืนยันขนาดพื้นที่และชนิดของกิจกรรมการผลิตทางการเกษตรที่ต้องการใช้ไฟฟ้า ต้องระบุแหล่งน้ำที่จะใช้เพื่อการผลิตทางการเกษตรในพื้นที่ที่ขอใช้ไฟฟ้า เช่น คลองสาธารณะ คลองชลประทาน แหล่งน้ำใต้ดินในลักษณะต่างๆ ต้องมีเอกสาร/หลักฐานสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายของพื้นที่ทำการเกษตร แต่ต้องไม่ใช่ที่ดินที่ถือครองโดยเอกชนรายใหญ่ เป็นเกษตรกรรายย่อยที่ขอติดตั้งมิเตอร์ ขนาดไม่เกิน 15(45) แอมป์ ต่อ 1 ราย ต้องสามารถออกใบแจ้งหนี้ค่ากระแสไฟฟ้ามิเตอร์เครื่องที่ 2 (ใหม่) โดยจะแจ้งเก็บเงินไปที่มิเตอร์เครื่องที่ 1 (เก่า) ทั้งสองมิเตอร์ต้องอยู่ในเขตพื้นที่ของการไฟฟ้าเดียวกัน ค่าใช้จ่ายในการขยายเขตต่อราย เฉลี่ยไม่เกิน 50,000 บาท (PEA. รับผิดชอบค่าใช้จ่ายการขยายเขต)

ปลาน็อคน้ำ คืออะไร จะป้องกันและแก้ไขได้อย่างไร

ปลาน็อคน้ำ (Fish kill) คือการขาดออกซิเจนในน้ำอย่างรุนแรง จนทำให้ปลาตายได้คราวละมากๆ ในระยะเวลาสั้น ซึ่งความสูญเสียอาจจะสูงถึง 100% ภายในเวลา 24 ชั่วโมง อาจเกิดขึ้นได้ทั้งในปลานิลที่เลี้ยงในบ่อดินและกระชังในแหล่งน้ำธรรมชาติ ในบ่อเลี้ยงมักเกิดขึ้นในช่วงหลังฝนตกหรือฟ้าครึ้มติดต่อกันหลายๆ วัน ขณะที่ปลาที่เลี้ยงในกระชังมักเกิดขึ้นในช่วงที่มีน้ำหลากหรือสีน้ำขุ่นที่มีการเปื้อนของสารอินทรีย์ปริมาณสูงไหลเข้ามาในแหล่งเลี้ยง การแก้ไขปัญหาปลาน็อคน้ำที่มีประสิทธิภาพที่สุด คือการติดตั้งเครื่องให้อากาศเพื่อรักษาระดับออกซิเจนละลายไม่ให้ต่ำกว่า 3 มิลลิกรัม/ลิตร นอกจากนี้ในบ่อดินควรใช้วัสดุปูนในกลุ่มปูนมาร์ลหรือโดโลไมท์ผสมน้ำแล้วสาดในบ่อในเวลากลางคืนเป็นระยะๆ เพื่อป้องกันไม่ให้แพลงก์ตอนพืชในบ่อตาย โดยเฉพาะช่วงฝนตกและฟ้าครึ้มติดต่อกัน

การเปรียบเทียบการปลูกพืชในดิน และการปลูกพืชในระบบไฮโดรโปนิกส์

การเปรียบเทียบการปลูกพืชในดิน และการปลูกพืชในระบบไฮโดรโปนิกส์ เป็นการเปรียบข้อดีและข้อเสียของการปลูกพืชทั้ง 2 ระบบ เพื่อจะได้ตัดสินใจได้ง่ายว่าแต่ละคนเหมาะกับการปลูกพืชในระบบไหน ขอบคุณข้อมูลจากมูลนิธิโครงการหลวง

ขุดบ่อเลี้ยงปลาจากพื้นที่นาร้าง (งานสร้างฟาร์ม ตอนที่ 2)

หลังจากที่ให้รถแบ็คโฮถางหญ้าตรงกลางสวนจนโล่งแล้ว ก็ไปเจอบ่อปลาขนาดใหญ่อยู่รอบข้าง ทีนี้กลายเป็นงานยากทันทีเพราะว่าแต่ละบ่อโดนทิ้งร้างมานานกว่าสิบปี แถมยังมีต้นธูปฤาสีขึ้นคลุมจนแน่น ทำให้น้ำในบ่อเน่าจนใช้งานอะไรไม่ได้ จึงจำเป็นต้องใช้รถแบ็คโฮถึง 3 คันเข้ามาจัดการเอาหญ้าออก และปรับขอบบ่อให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ และต้องใช้รถสิบล้อมาขนเอาหญ้าไปถมตรงร่องด้านหน้าสวนด้วย จากตอนแรกที่ตั้งใจจะทำเป็นสวนปลูกผักและผลไม้ ก็ต้องมีงานเลี้ยงปลาในบ่อดินเพิ่มเติมด้วย สำหรับมือใหม่แล้วการเลี้ยงปลากินพืชอย่างปลานิลน่าจะเหมาะที่สุด

เปลี่ยนที่รกร้างให้เป็นพื้นที่เกษตรกรรม (งานสร้างฟาร์ม ตอนที่ 1)

เนื่องจากเป็นคนที่โตขึ้นมาจากครอบครัวเกษตรกร อยู่กับท้องไร่ท้องสวนมาตั้งแต่เด็กแต่กลับต้องมาทำงานและใช้ชีวิตในเมืองกรุง ก็เลยตั้งใจเอาไว้ว่าสักวันหนึ่งจะต้องหาทางทำงานด้านการเกษตรให้ได้ พอดีญาติของแฟนได้ซื้อที่ดินไว้แปลงหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากรุงเทพมากนัก พื้นที่ติดคลองชลประทาน มีไฟฟ้าผ่าน คิดว่าน่าจะเหมาะกับการทำด้านเกษตรกรรม ก็เลยขอเอามาเป็นพื้นที่ทดลองด้านการทำเกษตร แต่เนื่องจากว่าพื้นที่ตรงนี้เจ้าของเดิมปล่อยให้รกร้างมานานหลายปี จนต้นไม้โตกลายเป็นป่า และมีหญ้าขึ้นปกคลุมหนาแน่นมากจนต้องใช้เครื่องจักรเข้าไปถากถางให้สามารถเข้าใช้งานได้ก่อน ก็เลยเอามาบันทึกไว้ในบล็อกนี้

ระบบพ่นหมอก สำหรับการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ (Foggy System)

การทำฟาร์มผักไฮโดรโปนิกส์ในกลุ่มผักสลัดนั้น หัวใจสำคัญอย่างนึงที่ขาดไม่ได้ก็คือ การพ่นหมอก ซึ่งมีความจำเป็นอย่างมาก สำหรับช่วยเพิ่มความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ เนื่องจากในช่วงเที่ยงถึงช่วงบ่าย จะเป็นช่วงที่แสงแดดค่อนข้างจัด ส่งผลให้ผักมีการคายน้ำสูง ระบบพ่นหมอก จะมาช่วยปรับสมดุลของการคายน้ำทางใบให้กับผักได้ การพ่นหมอก นอกจากจะช่วยเพิ่มความชื้นสัมพันธ์แล้ว ยังช่วยไล่แมลงตัวเล็กโดยเฉพาะเพลี้ย ไม่ให้มาสร้างความเสียหายต่อผักสลัดที่เราปลูกด้วย อุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับทำระบบพ่นหมอก ถังพักน้ำขนาด 100 ลิตร พร้อมลูกลอยสำหรับเปิด-ปิด น้ำเข้าถังพักแบบอัตโนมัติ ตัวกรองน้ำสำหรับการเกษตร เครื่องตั้งเวลา (Timer) ปั๊มแรงดันสูง 3.5 บาร์ 0.5 แรงม้า (สำหรับหัวพ่นหมอก 100 หัว) ท่อพีวีซี ขนาด 4 หุน สำหรับต่อมาจากปั๊ม สายพีอี ขนาด 20 มม. หัวพ่นหมอก แบบ 4 ทิศทาง การตั้งเวลาเปิดปิด ระบบพ่นหมอก การทำงานของระบบพ่นหมอก จะไม่ได้ทำงานตลอดเวลา แต่จะทำงานครั้งละ 15-20 วินาที ส่วนความถี่ตามความเหมาะสมของสภาพอากาศ ในหน้าร้อนที่อุณหภูมิช่วง 11:00 –…

ข้อดีและข้อเสียของการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน (Soilless culture)

การปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน (Soilless culture) ได้รับการพัฒนาขึ้นมาก็เพราะปัญหาการปลูกพืชในโรงเรือนโดยใช้ดิน ที่มีความยุ่งยากและสิ้นเปลืองแรงงานรวมไปถึงมีการระบาดของโรคและแมลงได้ง่าย ดังนั้นในสถานการณ์หรือสถานที่อันมีความเป็นปกติ การปลูกพืชโดยไม่ใช้ดินจึงอาจไม่มีผลดีหรือคุ้มค่าทางเศรษฐกิจเสมอไป จึงควรต้องพิจารณาตัดสินใจตามสภาพปัญหา ชนิดและราคาของพืชตามความเหมาะสมในแต่ละสถานที่ อย่างไรก็ตามการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดินโดยทั่วไปก็มีข้อดีและข้อเสียในตัวเองดังต่อไปนี้