เรดโอ๊ค (Red Oak Lettuce)

เรดโอ๊ค (Red Oak Lettuce)

เรดโอ๊ค (Red Oak Lettuce) เป็นผักตระกูลผักสลัด มีลักษณะเป็นผักใบสีแดงเข้ม ซึ่งจะตรงข้ามกับกรีนโอ๊คที่ใบและต้นเป็นสีเขียว อายุที่เหมาะสำหรับเก็บรับประทานคือ ช่วง 40-45 วัน เป็นผักที่มีใบซ้อนกันเป็นชั้น ปลายใบหยิกแยกเป็นแฉก เป็นพุ่มหยักสีสวยงาม นอกจากนี้ยังมีกากใยอาหารมากมาย ซึ่งช่วยในเรื่องระบบการย่อย บำรุงสายตา บำรุงกล้ามเนื้อ ป้องกันโรคปากนกกระจอก ช่วยล้างผนังลำไส้ กำจัดพวกไขมัน มีธาตุเหล็กและวิตามินซีสูง นิยมใช้ทำอาหารประเภทสลัดคู่กับกรีนโอ๊คเพื่อเป็นการเพิ่มสีสันให้อาหารสวยงามขึ้น

Green Oak Lettuce

กรีนโอ๊ค (Green Oak Lettuce)

กรีนโอ๊ค (Green Oak Lettuce) เป็นผักตระกูลผักสลัด มีลักษณะเป็นผักใบหยักสีเขียวอ่อน รูปทรงสวยเป็นพุ่ม รสชาติหวานกรอบคล้ายผักกาดหอม ซึ่งจะตรงกันข้ามกับเรดโอ๊ค (Red Oak Lettuce) ที่มีใบเป็นสีแดง ช่วงอายุที่เหมาะสำหรับนำมารับประทาน 40-45 วัน นิยมทานสดเพราะมีคุณค่าทางสารอาหาร ช่วยในการสร้างเม็ดเลือด บำรุงสายตา บำรุงเส้นผม บำรุงประสาทและกล้ามเนื้อ โดยปกติจะนิยมนำมาทำเป็นอาหารคู่กับ เรดโอ๊ค หรือ ผักสลัดชนิดอื่นๆ เพื่อเพิ่มความสวยงามน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น

ผักสลัด (Lettuce) ผักเมืองหนาวที่นิยมปลูกในเมืองไทย

การปลูกพืชแบบไฮโดรโปนิกส์ กำลังเป็นที่นิยมในเมืองไทย ในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าธุรกิจการปลูกพืชแบบไฮโดรโปนิกส์หรือการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดินในประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว สามารถพบเห็นผลิตภัณฑ์จากไฮโดรโปนิกส์ส่วนหนึ่งวางจำหน่ายอยู่ในห้างสรรพสินค้าทั่วไปในโซนขายผักปลอดสารพิษ ในบล็อกนี้เรามาดูกันว่าผักสลัดชนิดต่างๆ ที่นิยมปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์ มีอะไรกันบ้าง

เรดคอรัล (Red Coral Lettuce)

เรดคอรัล (Red Coral Lettuce) เป็นผักในกลุ่มผักสลัด มีลักษณะเป็นพุ่ม ใบมีสีแดงอมม่วง ปลายใบหยักๆ ฟูๆ มีลักษณะคล้ายกับปะการัง จึงได้ชื่อว่า Coral ที่หมายถึงปะการัง รสชาติหวานและกรอบกว่าเรดโอ๊ค ควรรับประทานตอนยังอ่อนๆ เพราะถ้าแก่ใบจะแข็งและกินไม่อร่อย

ฟิลเลย์ ไอซ์เบิร์ก (Frillice Iceberg Lettuce)

ฟิลเลย์ ไอซ์เบิร์ก (Frillice Iceberg Lettuce) อยู่ในกลุ่มผักสลัดอีกชนิดหนึ่ง มีจุดเด่นตรงใบมีความอวบ กรอบ สวยงาม และแปลกตา ต่างจากใบผักกาดหอมชนิดอื่นๆ มีรสขมเล็กน้อย แต่เมื่อรับประทานกับผักสลัดชนิดอื่นๆ ความขมจะถูกกลบไป สามารถใช้เป็นผักเคียงกับอาหารไทยที่มีรสชาติจัดจ้านได้ ฟิลเลย์ ไอซ์เบิร์ก (Frillice Iceberg Lettuce) จะได้รับสารอาหารเช่นเดียวกับผักกาดหอมสีเขียวชนิดอื่นๆ เช่น วิตามิน A วิตามิน B1 วิตามิน B2 วิตามิน B3 วิตามิน B5 วิตามิน B6 วิตามิน B9 วิตามิน C วิตามิน E แคลเซียม เส้นใย โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก เบต้าแคโรทีน คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน แมกนีเซียม แมงกานีส นิยมนำมาใช้ทำอาหารประเภทสลัด เช่น ยำสลัดทูน่า ซีซาร์สลัดกับแซลมอนรมควัน…

ผักเคล (Kale)

ผักเคล (Kale) หรือ “ผักคะน้าใบหยัก” ผักชนิดนี้อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์มากมายจนได้รับการขนานนามว่า “ราชินีแห่งผักใบเขียว” หรือเป็น “A nutritional house power” บ้านแห่งสารอาหารอีกด้วย

คอส โรเมน (Cos Romaine Lettuce)

คอส โรเมน (Cos Romaine Lettuce) เป็นผักที่จัดอยู่ในกลุ่มผักสลัด ลักษณะใบยาวรี ซ้อนกันเป็นช่อ แต่จะมีลักษณะแตกต่างกันออกไปบ้างตามสายพันธุ์ นอกจากนี้ยังมีชนิดใบกลมขนาดเล็ก ห่อหัวแน่น รสชาติหวานกรอบ ที่เรียกกันว่า เบบี้คอส (Baby Cos) ผักสลัดคอส สามารถนำไปทำอาหารได้หลากหลายอย่างเช่น นิยมนำมาบริโภคเป็นผักสดในแบบผักสลัดทั่วไป นำมาใช้แต่งจานอาหาร หรือใช้กินกับพวกอาหารไทยจำพวกลาบ ยำ น้ำพริกต่างๆ หรือใช้ทำอาหารที่ผัดกับน้ำมันได้

ผักกาดหอม (Lettuce)

ผักกาดหอม (Lettuce) ผักกาดหอมเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดทั้งทวีปเอเชียและทวีปยุโรป เป็นพืชฤดูเดียว มีลำต้นอวบสั้น ช่วงข้อใบถี่ ใบจะเจริญจากข้อเป็นกลุ่ม มีทั้งแบบห่อหัวและไม่ห่อหัว มีหลายสายพันธุ์ นิยมนำมาทานสด ใช้เป็นผักรองจาน ปรุงในเมนูแกงจืด ยำ ใช้เป็นเครื่องเคียงของอาหารกินเล่น เช่น สาคูไส้หมู ข้าวเกรียบปากหม้อ เป็นผักที่มีเบต้าแคโรทีน โฟเลท และธาตุเหล็กสูง ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง เหมาะสำหรับสตรีมีครรภ์และผู้ป่วยโรคเบาหวาน

พริกหวาน (Bell Pepper)

พริกหวาน, พริกยักษ์, พริกระฆัง (Bell Pepper) เป็นพริกทีไม่มีความเผ็ด จัดอยู่ในกลุ่มของผัก (Vegetable) ส่วนที่นำมาใช้บริโภคคือ ผลสด มีเนื้อหนา พริกหวานจะมีอยู่หลากหลายสีมาก เช่น เขียว แดง เหลือง ส้ม ช็อกโกแลต มีรสชาติหวาน ไม่เผ็ด ภายในผลโปร่ง มีเมล็ดแบนมาก นิยมรับประทานสดในจานผักสลัด หรือนำไปใช้ปรุงอาหารด้วยความร้อน

บัตเตอร์เฮด (Butterhead Lettuce)

บัตเตอร์เฮด (Butterhead Lettuce) เป็นผักที่มีลักษณะใบอ่อนนุ่มเป็นมันเรียงซ้อนกันคล้ายดอกกุหลาบ เป็นพืชที่ต้องการสภาพอากาศเย็นจึงจะเจริญเติบโตได้ดี อุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง 10-24 องศาเซลเซียส ในสภาพอุณหภูมิสูงการเจริญเติบโตทางใบจะลดลง พืชจะสร้างสารคล้ายน้ำนมหรือยางออกมา รวมทั้งมีปริมาณเส้นใยสูงและเหนียว ทำให้มีรสขม ส่วนใหญ่นิยมปลูกในโรงเรียน มีอายุเก็บเกี่ยว 50 วัน นิยมรับประทานสด ทำเป็นเมนูสลัดหรือเครื่องจิ้มคู่น้ำพริกแบบไทยๆ มีสรรพคุณช่วยบำรุงเส้นผม บำรุงผิว ลดคอเรสเตอรอล บำรุงประสาท และป้องกันโลหิตจาง